ไม่ว่าจะเป็นอาการที่ ต้องนั่งทำงานตลอดเวลา ทำให้ร่างกายขาดการเคลื่อนไหว นั่งหลังค่อม เก้าอี้ไม่มีพนักพิงจึงไม่สามารถรองรับแผ่นหลัง การจัดวางของที่ทำให้หยิบจับลำบาก และการกดแป้นคีย์บอร์ดไม่มีตัวรองรับข้อมือ จะทำให้มีการกระดกข้อมือขึ้นลงซ้ำๆ ซึ่งเป็นผลเสียต่อสุขภาพ
อาจารย์หยาง เผยเซิน ผู้ก่อตั้งศูนย์ชี่กงเพื่อสุขภาพกล่าวว่า อิริยาบถและสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่ไม่เหมาะสมจะส่งผลให้เกิดอาการกล้าม เนื้ออักเสบและปวดเมื่อยตามอวัยวะต่างๆ อาทิ หลัง ไหล่ บ่า แขน หรือข้อมือ โดยเฉพาะการกระดกข้อมือขึ้นลงซ้ำๆ จากแป้นคีย์บอร์ดที่ไม่มีการรองรับข้อมือ จะส่งผลให้เกิดการอักเสบบริเวณเส้นเอ็น รวมทั้งเกิดภาวะพังผืดหนา ทำให้เกิดอาการชาบริเวณนิ้ว และข้อมือ ส่วนความเครียดสะสมจะทำให้มีอาการปวดศรีษะ หรือเป็นโรคเครียดได้
อาการที่กล่าวมา มีศาสตร์แห่งการบำบัดโรคที่มาแต่โบราณวิธีหนึ่งคือ “กัวซา” เป็นวิธีบำบัดโรคธรรมชาติ แบบวิถีชาวบ้านตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเริ่มมีการเล่าขานถึงตั้งแต่ในยุคชุนชิวจั้นกั๋วแต่ปรากฏหลักฐานในสมัย ราชวงศ์หยวน ชื่อ “ตำรายอดนิยมของหมอกลางบ้าน” โดยเวย อี้หลิน ในราวปี ค.ศ.1337 ต่อมาในยุคหลังจึงเริ่มบันทึกเป็นตำราทางศาสตร์กัวซา
การบำบัดด้วยกัวซามีประสิทธิภาพในการขับพิษ เมื่อกัวซาเป็นประจำจะทำให้ร่างกายแข็งแรง เสริมสุขภาพความงามและลดความอ้วนได้อีกด้วย
การบำบัดด้วยกัวซาจะ ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของโลหิตภายใต้ผิวหนัง ขยายรูขุมขนให้เปิดกว้างการหมุนเวียนของโลหิตปรุโปร่งทำให้ร่างกายผลัดเซลล์ เก่าสร้างเซลล์ใหม่และขับพิษออกทางต่อมเหงื่อ อวัยวะภายในได้รับการบำรุงเลี้ยงจากโลหิตอย่างเต็มที่ทำให้ร่างกายมีการปรับ สมดุลช่วยฟื้นฟูสมรรถนะของระบบภูมิต้านทานโรคให้แข็งแรง
อาการที่บำบัดด้วยกัวซาแล้ว ให้ผลดีที่สุดและเห็นผลเร็วที่สุด ได้แก่ อาการเป็นไข้ ตัวร้อน ปวดเมื่อย หรือชาตามร่างกาย ปวดประจำเดือน ปวดศีรษะ ไข้หวัด หวัดแดด อวัยวะภายในทำงานไม่ปกติ เป็นต้น
จุดเด่นของกัวซาออฟฟิศซินโดรมเพื่อ บำบัดโรคต่างๆ อาทิ แก้อาการเวียนศรีษะ ปวดศรีษะ ช่วยบรรเทาและบำบัดอาการปวด ชาบริเวณ คอ ไหล่ หลัง บ่า แขน และข้อมือ บำบัดอาการมือชา เท้าชา และนิ้วล็อค ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำให้เลือดลมหมุนเวียนดี ผิวพรรณเปล่งปลัง
“กัวซา” เป็นศาสตร์ที่เรียนรู้ได้ง่าย สะดวก เห็นผลเร็ว เพียงใช้อุปกรณ์ที่ทำจากธรรมชาติมากวาดบนผิวหนังตามเส้นลมปราณทั่วร่างกาย เพื่อบำบัดโรคและขับพิษออกจากร่างกายจึงเป็นที่นิยมของชาวจีนมาอย่างยาวนาน” อาจารย์หยางกล่าวทิ้งท้าย