http://www.sukhaparb.com
Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 เอนไซม์

 ติดต่อเรา

บริการ

หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
ติดต่อเรา
ประกันภัย
ข่าวสาร

ทำนายดวงชะตา

เรื่องสุขภาพ

‘มะเร็งเน็ท’ ก้อนเนื้อร้าย อาการคล้ายโรคอื่น

หลอดเลือดโป่งในสมองแตกมาเร็วแพทย์ช่วยได้ - มองคุณภาพชีวิต

เผย 10 จุดเจ็บปวดตามร่างกาย มีที่มา

สุขภาพช่องปากที่ดีคือจุดเริ่มต้นของความมั่นใจ

เทคนิคแก้ฝ้า…เอาหน้ารอดขั้นเทพ

เผยเหตุคนเป็นโรคร้าย…อาจมาจากช่องว่างระหว่างเซลล์เยื่อบุลำไส้กว้างเกิน

'ขับถ่าย'เรื่องใหญ่ของชีวิต

โครงการ “เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ทันตะจุฬาฯร่วมใจ ห่วงใยนักกีฬา”

ฟิตง่ายๆ ไม่พึ่งฟิตเนส

4 Step กายบริหาร@โฮม ลดเสี่ยงสันหลังเครียด

ทางรอด หลอดเลือดหัวใจตีบ

เคล็ด(ไม่)ลับดูแลสุขภาพกายใจผู้สูงวัย ใช้ชีวิตอย่างไรให้สดใส...อายุยืนยาว

มะเร็งปากมดลูก รู้ทัน ป้องกันได้

โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุที่คุณควรรู้

"ผู้ดูแล" ... ผู้ป่วยที่ถูกลืมในเวชปฏิบัติ

ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดมะเร็งเต้านม

6 ท่าเอ็กเซอร์ไซส์ ฝึกบ่อยๆ ลดเสี่ยงหกล้มในผู้สูงวัย

เครื่องมือตรวจจับปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ...รู้ทันก่อนหัวใจพัง

ผวาสันหลังทรุด ต้องหยุด 5 พฤติกรรม

คู่มือพิทักษ์กระดูกและข้อ

เจาะเลือดหาค่า

พาราไทรอยด์ ต่อมจิ๋วที่จำเป็นต้องใส่ใจ

ประโยชน์แม่ให้นม ลดความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2

รู้รับมือ...เมื่อผู้สูงอายุเสี่ยงอาการ "บ้านหมุน"

เคล็ดลับลดปวด ด้วยเทคนิคยืดกล้ามเนื้อ

เข่าเสื่อม ไหล่ติด โรคท็อปฮิตของคนเมือง

สุขภาพของเรา

"กรดไหลย้อน" ปล่อยไว้อาจกลายเป็นมะเร็ง

ปรับบุคลิกด้วยท่วงท่าที่ถูกวิธี

บทความสุขภาพทั้งหมด

แนะนำอาหารการกิน

เกร็ดสุขภาพ

รวมเกร็ดน่ารู้ “ดูแลตัวเอง” ให้มีสุขภาพดี

ขจัดภัยเงียบ ไวรัสตับอักเสบบี ตรวจคัดกรองก่อนเป็นมะเร็งตับ

แก้ปัญหาผิวเหี่ยวแห้งของผู้หญิงวัยทอง โดยไม่ต้องกินฮอร์โมน

Growth Hormone..กุญแจสู่ความเป็นหนุ่มเป็นสาวตลอดกาล

อึวันละ 3 หน กันมะเร็งลำไส้ใหญ่

สมาธิบำบัดโรค (ตอนที่ 1)

ดูแลรักษาแก้วตา (ดวงใจ) จากภัยคอนแทคเลนส์

สมาธิบำบัดโรค (ตอนจบ)

"กัวซา" บำบัดออฟฟิศซินโดรม

คุณแม่บ้านไหนไม่อยาก "แก่ก่อนวัย" อ่านทางนี้

ไขเทคนิค 20 วิธี พาใจหลับสบายเมื่อหัวถึงหมอน

สื่อสารกับเซลล์ สร้างดุลยภาพผิว

ร่างกายอ่อนแอระวัง "หัวฝักบัว" แหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียก่อโรคปอด

วิธีกำจัดมด ยุง แมลงสาบ

เอนไซม์

เรื่องน่าสน

ท่องเที่ยวสุขใจ

พระเจ้าล้านตื้อ พระพุทธรูปสุดงามแห่งดินแดนล้านนา

เที่ยวไปในชุมชน

กรุงเทพฯแจ๋ว ติดอันดับสามเมืองน่าเที่ยวที่สุดของโลก

พีพี-เกาะเต่า-พัทยา นำทัพ 100 ที่เที่ยวฮอตฮิตโดนใจ Amazing Places in Thailand

เกาะกูด เกาะหมาก 2 เกาะที่ยังน่าค้นหา

ทางช้างเผือก บนกำแพงเมืองจีน 1 ใน 10 สุดยอดภาพท้องฟ้ายามค่ำ

อันซีน“บุปผาราม” วัดงามเมืองตราด

จิตรกรรมวัดพระแก้ววังหน้า ฝีมือชั้นครูช่างศิลปไทย (ภูมิบ้านภูมิเมือง)

รอย "บุญ" แห่งล้านนาตะวันออก

จากนครนายกสู่สระแก้ว ตามรอยทวารวดีสู่ขอม

“บ้านผาชัน”มหัศจรรย์เสาเฉลียงยักษ์ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย

พุทธมหาบารมีพระบรมสารีริกธาตุ 9 แผ่นดิน สู่ปฐพีบุญอีสาน อุบลราชธานี

ตะลุยดอยสามหมื่น ตื่นตะลึง“ปิตุ๊โกร” แชมป์น้ำตกสูงที่สุดในเมืองไทย

เลาะโขง "เลย" ไป "หนองคาย"

เปิดตำนาน “เมืองอู่ทอง” ยุคทวารวดี – สุวรรณภูมิ

ดอยผาตั้ง

อ่านต่อ ท่องเที่ยวทั้งหมด

พระเจ้าล้านตื้อ พระพุทธรูปสุดงามแห่งดินแดนล้านนา

พระเจ้าล้านตื้อ  พระพุทธรูปสุดงามแห่งดินแดนล้านนา

โดย : ปิ่น บุตรี


พระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพะเยาที่วัดศรีโคมคำ
       ปกติไปพะเยา ผมต้องหาโอกาสแวะไปสักการะ“พระเจ้าตนหลวง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพะเยา ที่วัดศรีโคมคำ
       
       แต่การไปพะเยาครั้งนี้มันน่าสนใจกว่าปกติตรงที่ นอกจากจะไปไหว้พระเจ้าตนหลวงที่วัดศรีโคมคำแล้ว ผมยังมีโอกาสได้ไปแอ่ว“วัดศรีอุโมงค์คำ”ที่อยู่ไม่ไกลกันอีกด้วย
       
       ความที่วัดศรีอุโมงค์คำ มีชื่อเรียกคล้ายกับวัดศรีโคมคำ ทำให้เดิมอาคันตุกะจากแดนไกลอย่างผมเข้าใจว่าเป็นวัดเดียวกัน จนกระทั่งได้มีโอกาสมาเยือนวัดศรีอุโมงค์คำ ถึงกระจ่างแจ้งว่าเป็นคนละวัดกัน เท่านั้นยังไม่พอ ผมยังพบว่าวัดศรีอุโมงค์คำนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งวัดสำคัญในจังหวัดพะเยาที่มีของดีชวนชมในระดับสุดยอดแห่ง ล้านนา ซึ่งหากใครได้ขึ้นไปพะเยาน่าจะหาโอกาสไปแอ่ววัดนี้กันสักครั้ง สองครั้ง หรือหลายๆครั้งตามแต่จิตศรัทธา


บรรยากาศสงบอบอวลพุทธธรรมภายในโบสถ์วัดศรีอุโมงค์คำ
       รู้จักวัดศรีอุโมงค์คำ
       
       วัดศรีอุโมงค์คำ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองพะเยา ถ.ท่ากว๊าน ต.เวียง อ.เมือง วัดแห่งนี้สร้างขึ้นมาแต่หนใด ไม่มีใครรู้ เพราะไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน แต่ผู้รู้หลายๆท่านสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในสมัยอยุธยา ราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 เพราะพบหลักฐานเป็นพระพุทธรูปหินทราย และงานแกะสลักหินทรายอื่นๆ อาทิ เทวรูป รูปสัตว์ต่างๆ ในยุคหินทรายเมืองพะเยาอยู่เป็นจำนวนมาก
       
       ในส่วนของชื่อวัดแห่งนี้ มีเอกสารระบุว่า คำว่า “ศรี” หรือที่ล้านนาอ่านว่า “สะ-หรี” หมายถึง ต้นโพธิ์ หรือความเป็นมงคล เป็นสิ่งอันประเสริฐ ดังนั้นคนโบราณจึงใช้ชื่อศรีนำหน้าเพื่อความเป็นสิริมงคล
       
       ส่วนคำว่า“อุโมงค์” นั้นชัดแจ้งว่าหมายถึงอุโมงค์ หรือถ้ำ ซึ่งเดิมทีชาวบ้านเชื่อกันว่าใต้ฐานโบสถ์ของวัดแห่งนี้ มีถ้ำหรืออุโมงค์อยู่ สามารถลอดไปโผล่ยังแม่น้ำอิงที่ไหลผ่านใจกลางกว๊านพะเยาได้
       
       และสุดท้ายคำว่า “คำ” หมายถึง ทองคำ ซึ่งที่มาของคำนี้มีความเชื่อแยกย่อย แตกออกไป 3 ประการด้วยกัน
       
       ประการแรกเชื่อว่าที่นี่มีพระพุทธรูปทองคำฝังอยู่ใต้ฐานอุโมงค์
       
       ประการที่สองเชื่อว่าที่นี่มีอุโมงค์ลงรักปิดทอง สามารถนำพระบรมธาตุมาประดิษฐานไว้ได้
       
       และประการที่สามเชื่อว่า เชื่อว่าที่นี่มี“สะเปา”(เรือ)ที่ลงรักปิดทองอยู่
       
       วัดศรีอุโมงค์คำ ชาวบ้านมักเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดสูง” ตามลักษณะพื้นที่ตั้งวัดที่เป็นเนินสูงเด่น เป็นเนินที่เกิดจากการขุดสระของชาวบ้านแล้วนำดินไปถมจนเกินเป็นเขินเขาขนาด ใหญ่ขึ้นมา โดยเหตุผลของการขุดสระนั้นมีอยู่ 2 ประการด้วยกัน
       
       ประการแรก เมืองพะเยาก่อนที่จะมีกว๊านพะเยาดังเช่นทุกวันนี้ มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง มักประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำ ชาวบ้านจึงร่วมมือกันขุดสระขึ้นมา เพื่อใช้อุปโภค บริโภค และเพื่อการเกษตรกรรม
       
       ประการที่สอง ชาวบ้านขุดสระขึ้นมาเพราะต้องการดินมาสร้างเป็นเนินเขาขนาดย่อม เพื่อก่อสร้างวัด เจดีย์ วิหาร ลงบนเนินให้ดูมีความโดดเด่น สูงสง่า สมค่ากับการเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์
       
       ขณะเดียวกันก็มีบางข้อมูลระบุว่า เนินภูเขาดินของวัดศรีอุโมงค์คำนั้น สร้างขึ้นจากดินที่ขุดมาจากกว๊านพะเยา แต่ถ้าพิจารณาให้ดีๆจะพบว่าพ.ศ.ที่สร้างกว๊านพะเยานั้น ห่างจากอายุความเก่าแก่ของวัดแห่งนี้อยู่เป็นร้อยๆปีเลยทีเดียว
       
       และนั่นก็คือที่มาที่ไปของวัดศรีอุโมงค์คำที่แม้จะมีความเชื่ออัน หลากหลายมาเกี่ยวข้อง แต่ว่าความเชื่อบางอย่างก็มีความสมเหตุสมผลอยู่ในตัวของมัน


พระเจ้ากว๊าน(ซ้าย) พระเจ้าทันใจ(ขวา)
       ของดีวัดศรีอุโมงค์คำ
       
       วัดศรีอุโมงค์คำ ถือเป็นหนึ่งในวัดสำคัญของจังหวัดพะเยาที่มีของดีในระดับโดดเด่นเป็นเอกอุอยู่มากพอดู
       
       เริ่มกันตั้งแต่สิ่งที่มองเห็นมาแต่ไกลเมื่อย่างก้าวเข้าวัดมานั่นก็ คือ องค์พระธาตุเจดีย์บนเนินที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านหลังของโบสถ์ เจดีย์องค์นี้บางข้อมูลระบุว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยเชียงแสน แต่จากเอกสารของวัดระบุว่าไม่ปรากฏหลักฐาน ปี พ.ศ.ที่สร้างชัดเจน แต่น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 400 ปี ลักษณะเจดีย์แม้เป็นทรงล้านนาทั่วไป แต่มีความโดดเด่นตรงที่มีฐานย่อมุมไม้ 12 และมีซุ้มพระประดับอยู่ทั้ง 4 ด้าน
       
       ด้วยความที่เจดีย์องค์นี้ ในอดีตมักถูกฟ้าผ่าอยู่บ่อยครั้ง ทำให้คนโบราณหลายคนเชื่อว่าเป็นเจดีย์อาถรรพ์ แต่หากมองกันในข้อเท็จจริงของหลักวิทยาศาสตร์ ยุคนั้นยังไม่มีสายล่อฟ้าการที่เจดีย์องค์นี้ตั้งอยู่บนเนินที่สูงถือเป็น สื่อนำไฟฟ้าอย่างดี ดังนั้นเมื่อกาลเวลาผ่านไปมีการติดตั้งสายล่อฟ้าที่เจดีย์ขึ้นก็ทำให้ปัญหา เรื่องฟ้าเจดีย์หักพังเป็นอันหมดไป
       
       ส่วนอีกหนึ่งเรื่องเล่าที่มีคนเคยเห็นแสงคล้ายลูกแก้วลอยจากพระธาตุ วัดลี มาสู่องค์พระธาตุที่วัดศรีอุโมงค์คำในค่ำคืนวันพระสำคัญๆนั้น ถือเป็นคำบอกเล่าที่วันนี้ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้
       
       จากเจดีย์ก่อนที่จะเข้าไปชมของดีภายในโบสถ์ ผมขอพาไปไหว้“พระเจ้าทันใจ” ที่ประดิษฐานอยู่ในวิหารพระหลังเล็กๆ ณ มุมหนึ่งของวัดกันก่อน
       
       พระเจ้าทันใจองค์นี้ ดั้งเดิมเป็นพระจากที่ไหนไม่มีใครทราบ แต่ในปี พ.ศ. 2497 หลวงพ่อใหญ่ หรือพระธรรมวิมลโมลีที่ขณะนั้นเป็นพระครูพินิตธรรมประภาส ได้ย้ายจากวัดเมืองชุม ต.แม่ต๋ำ มาเป็นเจ้าอาวาสที่นี่ ความที่หลวงพ่อใหญ่เป็นผู้นิยมสะสมพระพุทธรูปเก่า เมื่อท่านพบพระพุทธรูปองค์นี้ที่สวนของนายอัฐ สายวรรณะ ใกล้ๆกับป่าช้าวัดลี(แหล่งขุดค้นงานพุทธศิลป์หินทรายอันสำคัญแห่งเมือง พะเยา) จึงอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดศรีอุโมงค์คำในปีเดียวกันนั่นเอง
       
       พระเจ้าทันใจองค์นี้ เป็นพระพุทธรูปหินทรายที่ได้ชื่อว่ามีความสมบูรณ์ที่สุดในบรรดาพระพุทธรูป หินทรายที่ขุดค้นพบ เดิมพระพุทธรูปองค์นี้ไม่มีชื่อเรียก แต่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน คนที่มาสักการะขอพรมักสมหวังในไม่ท่าน ชาวบ้านจึงเรียกท่านว่า “พระเจ้าทันใจ”
       
       ใกล้กับพระเจ้าทันใจมีพระพุทธรูปหินทรายสีอ่อนกว่าองค์เล็กกว่าประดิษฐานอยู่ข้างๆ พระพุทธรูปองค์นี้คือ “พระเจ้ากว๊าน”องค์จำลอง
       
       สำหรับพระเจ้ากว๊าน หรือ “หลวงพ่อศิลา” เป็นพระพุทธรูปหินทรายสกุลช่างพะเยา ปางมารวิชัยอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี ถูกค้นพบในกว๊านพะเยาช่วงน้ำลดในปี พ.ศ. 2526 (ก่อนจะเป็นอ่างเก็บน้ำในปี 2482 กว๊านพะเยาเคยเป็นชุมชนมีวัดมีหมู่บ้านมาก่อน)
       
       พระเจ้ากว๊าน ถูกอัญเชิญจากกว๊านพะเยามาประดิษฐานที่วัดศรีอุโมงค์คำอยู่ 20 กว่าปี จนกระทั่งทางการบูรณะปรับแต่ง”วัดติโลกอาราม”กลางกว๊านพะเยาเสร็จสิ้น จึงได้ได้อัญเชิญหลวงพ่อศิลากลับไปประดิษฐานที่วัดติโลกอารามในกว๊านพะเยา ตามเดิม
       
       นั่นจึงทำให้ทางวัดศรีอุโมงค์คำ สร้างองค์พระเจ้ากว๊านจำลองขึ้นมาเพื่อรำลึกถึงว่าครั้งหนึ่งท่านเคยมาประดิษฐานอยู่ที่นี่


พระเจ้าแข้งคม
       2 พระพุทธรูปสำคัญภายในโบสถ์
       
       โบสถ์ของวัดศรีอุโมงค์คำ ตั้งอยู่บนเนิน ลักษณะภายนอกดูเรียบง่ายเหมือนโบสถ์ทั่วไป ส่วนลักษณะภายในนั้นยิ่งดูเรียบง่ายเข้าไปใหญ่ ไม่มีจิตรกรรมฝาผนังลวดลายวิจิตร ไม่มีอะไรหวือหวา มีเพียงองค์พระประธานและพระพุทธรูปบริวารประดิษฐานอยู่ ดูสงบนิ่งแฝงความขรึมขลังอยู่ในที
       
       สำหรับภายในโบสถ์วัดศรีอุโมงค์คำที่ดูเรียบง่ายไม่หวือหวา ชนิดที่ใครหลายคนเมื่อมาเจอบรรยากาศแบบนี้แล้ว อาจจะทำเพียงแค่ยืนไหว้พระประธานที่ด้านนอกก่อนสะบัดเอวจากไป แต่หารู้ไม่ว่า ถ้าไม่ด่วนใจร้อน ใช้เวลาเดินเข้าไปสักหน่อย สำรวจสังเกตมองให้ถ้วนถี่รอบคอบ จะพบว่าในโบสถ์หลังนี้มีพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะโดดเด่นเป็นพิเศษอยู่ 2 องค์ด้วยกัน
       
       องค์แรกคือ องค์แรกคือ “พระเจ้าแข้งคม” ประดิษฐานอยู่ทางมุมด้านขวาของโบสถ์ พระเจ้าแข้งคมเป็นพระพุทธรูปหินทรายที่น่ายลงานศิลปะพื้นบ้าน


พระเจ้าล้านตื้อ
       เหตุที่พระพุทธรูปองค์นี้ได้ชื่อว่าพระเจ้าแข้งคม เป็นเพราะท่านมีหน้าแข้ง(พระชงฆะ) เป็นเหลี่ยมเป็นสันคมชัดอย่างชัดเจน นับเป็นอีกหนึ่งในงานพุทธศิลป์พื้นบ้านล้านนาที่ปัจจุบันหาชมได้ยากยิ่ง
       
       จากพระเจ้าแข้งคมมาถึงองค์พระประธานที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ภายในโบสถ์ พระประธานองค์นี้คือ ”พระเจ้าล้านตื้อ
       
       พระเจ้าล้านตื้อ มีหลักฐานปรากฏในศิลาจารึกว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเมืองสร้อยพะเยา ในราวปี พ.ศ. 2058 แต่ไม่ทราบว่าดั้งเดิมมาจากที่ไหน เพราะพบถูกทิ้งอยู่ที่สนามเวียงแก้ว(ปัจจุบันเป็นที่ตั้งศาลหลักเมืองพะเยา) ก่อนถูกอัญเชิญมาเป็นพระประธานภายในโบสถ์วัดศรีอุโมงค์คำ


สลักที่องค์พระเจ้าล้านตื้อ
       พระเจ้าล้านตื้อ เป็นปางมารวิชัย ทำจากทองสำริด หน้าตักกว้าง 184 เซนติเมตร สูง 270 เซนติเมตร มีอีก 2 ชื่อเรียกว่า “พระเจ้าแสนแส้” หรือ “หลวงพ่องามเมืองเรืองฤทธิ์”
       
       สำหรับที่มาของชื่อพระเจ้าล้านตื้อนั้น คำว่าตื้อเป็นจำนวนนับของทางล้านนา ตื้อเป็นจำนวนนับที่เยอะมาก จากแสน ล้าน โกฏิ ก็เป็น“ตื้อ” ดังนั้นล้านตื้อจึงหมายถึงความมีน้ำหนักมากของพระพุทธรูปองค์นี้
       
       ส่วนพระเจ้าแสนแส้(บางข้อมูลเขียนว่าแสนแซ่) “แส้” เป็นภาษาล้านนาหมายถึงสลัก พระพุทธรูปนี้มีความพิเศษตรงที่ ตลอดทั้งองค์ของท่านช่างทำเป็นสลัก สามารถถอดประกอบได้ มีทั้งหมด 4 จุดด้วยกัน คือที่คอ(พระศอ) ข้อศอกทั้ง 2 ข้าง และที่เอว


พระพักตร์พระเจ้าล้านตื้อที่ดูอมยิ้มเล็กน้อย
       ขณะที่ชื่อ“หลวงพ่องามเมืองเรืองฤทธิ์”นั้น เป็นชื่อที่มาทีหลัง ตั้งเพื่อยกย่องให้เกียรติในความงดงามพระเจ้าล้านตื้อ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดองค์หนึ่ง แห่งล้านนา โดยหลวงพี่ที่วัดแห่งนี้บอกกับผมว่า อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินนามอุโฆษ เมื่อมาเห็นพระพุทธรูปองค์นี้ แกไม่รีรอที่จะบอกว่าพระเจ้าล้านตื้องดงามที่สุดในบ้านนาตั้งแต่แกเคยพบเจอ มา
       
       พระเจ้าล้านตื้อมีพระวรกายอวบอิ่ม สีทองงามอร่าม พระพักตร์ดูอมยิ้มอยู่ตลอดเวลา มองแล้วให้ความรู้สึกสุขใจอิ่มบุญดีเหลือเกิน
       
       และนี่ก็คือสุดยอดของดีของวัดศรีอุโมงค์คำ วัดที่แม้จะไม่ได้ชื่อว่า ถ้าไปแอ่วพะเยาแล้วไม่ได้เยือนวัดนี้เหมือนกับว่ายังมาไม่ถึง แต่นี่ถือเป็นวัดที่ถ้าไปแอ่วพะเยาแล้ว หากมีโอกาสแวะเวียนไปเยือน เราก็จะมีกำไรในชีวิตเพิ่มมากขึ้น

 

ที่มา  :   น.ส.พ.ผู้จัดการ ฉบับวันพฤหัสที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554
ขออนุญาตเผยแพร่  ด้วยจิตคารวะ

Tags : พระเจ้าล้านตื้อ พระเจ้าตนหลวง พระเจ้าทันใจ พะเยา ล้านนา พระพุทธรูป วัดศรีอุโมงค์คำ วัดศรีโคมคำ

view

ปฎิทิน

« May 2013»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ประกันภัย

 ติดต่อเรา

view